ชั้นที่ 1: บล็อกรายเบอร์ในเครื่อง (ฟรี ทำได้เดี๋ยวนี้)

iPhone: เปิดแอปโทรศัพท์ → ล่าสุด → กด (i) หลังเบอร์ → เลื่อนลงล่าง → บล็อกผู้โทรนี้
Android: เปิดแอปโทรศัพท์ → กดค้างที่เบอร์ (หรือเมนู ⋮) → บล็อก/รายงานเป็นสแปม — ปุ่ม "รายงาน" ช่วยให้ระบบเรียนรู้และเตือนคนอื่นต่อด้วย

ชั้นที่ 2: กรองอัตโนมัติทั้งกลุ่ม

  • iPhone — ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก: ตั้งค่า → แอปโทรศัพท์ → ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก: สายจากเบอร์ที่ไม่อยู่ในรายชื่อจะเงียบและเข้าฝากข้อความแทน เหมาะกับคนที่เบอร์สำคัญบันทึกไว้ครบแล้ว
  • Android — กรองสายสแปม: แอปโทรศัพท์ของ Google และของแบรนด์ส่วนใหญ่มีสวิตช์ "กรอง/เตือนสายสแปม" ในตั้งค่าแอปโทรศัพท์ เปิดไว้ให้ระบบติดป้ายหรือตัดสายต้องสงสัยให้อัตโนมัติ
  • โหมดห้ามรบกวนแบบยกเว้นรายชื่อ: ตั้งให้เฉพาะคนในรายชื่อโทรเข้าได้ช่วงเวลาที่ไม่อยากถูกกวน เช่น กลางคืน — วิธีนี้ตัดสายกวนได้ 100% ในช่วงที่เปิดใช้

ชั้นที่ 3: แอปกรองสาย และบริการฝั่งเครือข่าย

แอปกรองสาย เช่น Whoscall ใช้ฐานข้อมูลรายงานจากผู้ใช้จำนวนมาก จึงเตือนได้ตั้งแต่สายแรกที่เบอร์นั้นโทรหาเรา จุดแลกเปลี่ยนคือแอปต้องได้สิทธิ์เห็นสายเรียกเข้า — เลือกแอปที่น่าเชื่อถือและอ่านนโยบายข้อมูลก่อน
ฝั่งค่ายมือถือ แต่ละเครือข่ายมีบริการช่วยกรอง/แจ้งเตือนสายและ SMS ต้องสงสัย เงื่อนไขต่างกันไป โทรสอบถามได้ที่ call center ของค่ายเราโดยตรง: AIS 1175 · TrueMove H 1242 · dtac 1678 และถ้าถูกสายกวนซ้ำจากเบอร์เดิมต่อเนื่อง แจ้ง กสทช. ได้ที่ 1200

ลดต้นเหตุ: ทำไมเบอร์เราถึงตกไปอยู่ในมือสายโฆษณา

  • เลี่ยงการกรอกเบอร์แลกของรางวัล/จับฉลาก/WiFi ฟรีที่ไม่รู้ที่มา — จุดเก็บเบอร์ยอดนิยม
  • ช่องติ๊ก "ยินยอมรับข่าวสารการตลาด" ตอนสมัครบริการต่างๆ ติ๊กออกได้เสมอ
  • ถ้าจำเป็นต้องให้เบอร์กับบริการทั่วไปบ่อย พิจารณาแยกซิมสำรองไว้เบอร์หนึ่งสำหรับงานพวกนี้โดยเฉพาะ (ดูวิธีเลี้ยงซิมสำรองไม่ให้หมดอายุที่ ซิมหมดอายุ ทำยังไง)

และเมื่อสายที่หลุดผ่านมาคือสายหลอกลวง ไม่ใช่แค่สายขายของ — วิธีจับสังเกตและช่องทางแจ้งความอยู่ที่ เช็คเบอร์มิจฉาชีพ