ตระกูลหลักที่รองรับ eSIM (ภาพรวม ณ ปี 2026)
| ค่าย | รุ่นที่รองรับโดยทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| iPhone | iPhone XS / XR ขึ้นไปทุกรุ่น | รองรับมายาวนานสุด ระบบย้ายเครื่องทำได้ง่ายสุด |
| iPad | รุ่น Cellular ตั้งแต่ราวปี 2018 ขึ้นไป | เฉพาะรุ่น WiFi + Cellular เท่านั้น (แท็บเล็ตใส่ซิมได้ไหม) |
| Samsung | Galaxy S20 ขึ้นไป, Z Fold/Flip ทุกรุ่น, Note 20, A-series บางรุ่นช่วงหลัง | รุ่นกลาง-ล่างต้องเช็กรายรุ่น |
| Google Pixel | Pixel 3 ขึ้นไป | รองรับกว้างเกือบทุกตลาด |
| แบรนด์จีน (Oppo, Xiaomi, Vivo ฯลฯ) | เรือธงและรุ่นกลางรุ่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ | ต้องเช็กรายรุ่นเสมอ — เครื่องเวอร์ชันจีนจำนวนมากถูกตัด eSIM ออก |
| มือถือปุ่มกด/รุ่นประหยัด | แทบไม่รองรับ | ใช้ซิมการ์ดปกติต่อไปได้ ไม่มีผลอะไร |
ตารางนี้คือแนวรุ่นภาพรวมเพื่อให้กะทิศได้เร็ว ไม่ใช่รายการทางการ — ตัวตัดสินจริงคือการเช็กจากเครื่อง ด้านล่างนี้
วิธีเช็กเครื่องตัวเอง — แม่นกว่าทุกลิสต์
- กด
*#06#บนแป้นโทรออก — นอกจากเลข IMEI ถ้าเครื่องรองรับ eSIM จะมีบรรทัด EID (เลขยาว 32 หลัก) แสดงด้วย ไม่มี EID = เครื่องนั้นไม่มี eSIM แน่นอน วิธีนี้ตัดปัญหาเครื่องหิ้วถูกตัดฟีเจอร์ได้เด็ดขาดที่สุด - เข้าเมนูตั้งค่า — iPhone: ตั้งค่า → เซลลูลาร์ → มีตัวเลือก "เพิ่ม eSIM" ไหม · Android: ตั้งค่า → เครือข่าย/ซิม → มองหา "เพิ่ม eSIM / ดาวน์โหลดซิม"
กับดักที่ต้องรู้ก่อนซื้อเครื่องเพื่อใช้ eSIM
- เครื่องหิ้วเวอร์ชันจีนแผ่นดินใหญ่: จำนวนมากตัด eSIM ออกในฮาร์ดแวร์เลย แม้ชื่อรุ่นเดียวกับเครื่องไทยทุกตัวอักษร ก่อนโอนเงินให้ขอให้ผู้ขายกด *#06# โชว์บรรทัด EID เป็นหลักฐาน
- iPhone เวอร์ชันสหรัฐฯ รุ่นใหม่: เป็น eSIM ล้วนไม่มีถาดซิมการ์ด — ใช้ในไทยได้แต่ทุกเบอร์ต้องออกเป็น eSIM เท่านั้น คิดให้ดีถ้ายังต้องสลับซิมการ์ดบ่อย
- รองรับ eSIM ไม่ได้แปลว่าเปิดเบอร์แรกเป็น eSIM ต้องได้เสมอ: เงื่อนไขการออก eSIM ของแต่ละค่าย (ช่องทาง เอกสาร ค่าธรรมเนียม) ต่างกัน เช็กกับค่ายก่อน — พื้นฐานเรื่อง eSIM ฝั่งซิมเติมเงินอ่านที่ eSIM กับซิมเติมเงิน
เครื่องรองรับแล้ว ขั้นถัดไปที่คนพลาดบ่อยสุดคือ ตอนเปลี่ยนเครื่องใหม่ — eSIM ไม่ได้ถอดย้ายเองได้แบบซิมการ์ด อ่านก่อนล้างเครื่องเก่าที่ ย้าย eSIM ไปเครื่องใหม่ยังไง